Ingress กับ Egress: บิลค่าเน็ตของ GCP ที่ทำให้หลายคนตกใจ
ทำไมค่า cloud เดือนนี้พุ่งทั้งที่เครื่องไม่ได้เพิ่ม — อธิบายเส้นทางทราฟฟิกที่คิดเงิน และวิธีลดบิลด้วยสถาปัตยกรรม
- เผยแพร่
- 2 พฤษภาคม 2568
- อ่าน
- 1 นาที
- เขียนโดย
- SSUSEMAN

ทุกครั้งที่ผมเข้าไปตรวจบิล GCP ของลูกค้า คำถามแรกมักเหมือนกัน: "ทำไมค่า cloud สูงขึ้นทั้งที่เครื่องเท่าเดิม" คำตอบเกือบทุกครั้งอยู่ที่ทราฟฟิก ไม่ใช่ compute
กติกาพื้นฐานที่ต้องจำ
- Ingress (ข้อมูลไหลเข้า) โดยทั่วไป ฟรี — ยกเว้นบางกรณีเช่น load balancer ข้ามรีเจียน
- Egress (ข้อมูลไหลออก) คิดเงิน ตามปลายทาง
- ทราฟฟิกระหว่าง VM ในโซนเดียวกันส่วนใหญ่ฟรี แต่ข้ามโซนหรือข้ามรีเจียนคิดเงินทันที
| เส้นทาง | คิดเงินหรือไม่ |
|---|---|
| Internet → VM | ฟรี |
| VM → VM ในโซนเดียวกัน (internal IP) | ฟรี |
| VM → VM ข้ามโซน | คิดเงิน |
| VM → Internet | คิดเงินตาม GB |
| VM → Cloud Storage ในรีเจียนเดียวกัน | ฟรี (ผ่าน private Google access) |
เคสจริง: บิลพุ่งเพราะดึงรูปข้ามรีเจียน
ลูกค้ารายหนึ่งมีแอปอยู่ที่ asia-southeast1 แต่ bucket อยู่ที่ us-central1 ทุกครั้งที่หน้าเว็บโหลดรูป ระบบดึงข้อมูลข้ามมหาสมุทร — 1.4 TB ต่อเดือน คิดเป็นเงินหลายพันบาทที่ไม่มีใครเห็นในแดชบอร์ด compute
วิธีแก้คือย้าย bucket มาอยู่รีเจียนเดียวกับ compute แล้วเปิด CDN ด้านหน้า ค่าใช้จ่ายลดลง 62% ในเดือนถัดมา
ห้าไม้ที่ลดบิลได้จริง
- colocate ทุกอย่างที่คุยกันบ่อยไว้รีเจียนเดียว
- เปิด Cloud CDN ให้ static asset ทั้งหมด
- ใช้ private service access แทนการวิ่งออก internet แล้วกลับเข้ามา
- ตั้ง budget alert ที่ 50/80/100% และผูกกับ Slack
- เปิด VPC flow logs หนึ่งสัปดาห์เพื่อดูว่าใครคุยกับใครก่อนoptimize
วิธีอ่านบิลให้เร็ว
ใน Billing Report ให้ group by service แล้วดู Networking ก่อน ต่อด้วย filter SKU ที่มีคำว่า Egress จะเห็นทันทีว่าเป็น traffic ไปอินเทอร์เน็ต ข้ามรีเจียน หรือข้ามเครือข่าย
สรุปสั้น ๆ: Egress คือค่าเช่าถนน ไม่ใช่ค่าเช่าบ้าน วางสถาปัตยกรรมให้ข้อมูลวิ่งระยะสั้นที่สุด แล้วบิลจะลดเองโดยไม่ต้องต่อรองราคา
เขียนโดย
SUSEMAN · วิศวกรโครงสร้างพื้นฐาน · นักเขียน
บันทึกวิศวกรรมคลาวด์และเว็บ · กรุงเทพฯ ประเทศไทย
จดหมายรายสัปดาห์
สรุปบทความใหม่ เครื่องมือที่ลองแล้ว และบทเรียนจากการ deploy — ส่งทุกวันพฤหัส ไม่มีสแปม


